»
S
I
D
E
B
A
R
«
เตือนภัยไวรัส ransomware
พ.ค. 7th, 2015 by raymiel02
Number of View: 169

ณ ขณะนี้ได้มีไวรัสตระกูลมัลแวร์ที่มีชื่อว่า แรนซัมแวร์ (ransomware) กำลังระบาดอยู่ภายในโลกอินเตอร์เน็ต โดยผลของมันจะทำให้ไฟล์ข้อมูล เอกสาร รูปภาพต่าง ๆ ภายที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ถูกล็อกเปิดใช้งานไม่ได้ โดยขณะนี้ทางด้านสำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้มีหนังสือแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชน เกี่ยวกับไวรัสดังกล่าวแล้ว

 

แรนซัมแวร์คืออะไร? CBT-Locker ransomware หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Cryptolocker นั้นเป็นโปรแกรมไวรัสประเภทมัลแวร์ ซึ่งจะเรียกกันในนามของ “โปรแกรมเรียกค่าไถ่” โดยเจ้าไวรัสตัวนี้จะทำการจับไฟล์ของคุณตัวประกันโดยการจับไฟล์เหล่านั้นเข้ารหัสเสียใหม่ จึงส่งผส่งผลให้ไฟล์ของเรานั้นเปิดใช้งานไม่ได้ ซึ่งถ้าหากอยากจะได้ไฟล์มาต้องทำการจ่ายเงินค่าไถ่ให้กับ Hacker โดยเริ่มต้นที่ราคาราว ๆ 300$ ซึ่งเมื่อตีค่าเป็นเงินไทยก็ถือว่าแพงเอาเรื่อง ซึ่งเมื่อเราจ่ายเงินไปแล้วก็จะได้รับรหัส decrypt มาทำการปลดล็อกไฟล์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่แปลว่าจะมี สัจจะในหมู่โจร หรือก็คือจ่ายเงินแล้วก็ใช่ว่าจะได้รับการแก้ไขนะครับ

 

แรนซัมแวร์เข้ามาในเครื่องเราได้อย่างไร? โดยส่วนมากแล้วเจ้ามัลแวร์พวกนี้มันมาจากไฟล์แนบใน e-mail โดยจะมาในรูปแบบของลิงค์ไฟล์ประเภท .zip หรือไม่ก็ .exe บางครั้งก็เป็นพวกเว็บลิงค์ต่าง ๆ ที่ส่งมาหลอกล่อทาง facebook ก็มีเช่นกัน บางครั้งก็แถมมากับพวก Crack โปรแกรมเถื่อน ๆ ที่หาโหลดกันมาทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งถ้าเผลอไปกดเข้าให้แล้วก็โดนไวรัสเข้าเต็ม ๆ แน่นอนครับ

จะรู้ได้อย่างไรว่าโดนเจ้าวายร้ายนี่เล่นงานเข้าไปแล้ว? โดยมากแล้วไฟล์ที่จะเป็นเป้าหมายเล่นงานของมัลแวร์ตัวนี้ก็คือไฟล์จำพวก .pdf, .xls, .ppt, .txt, .py, .wb2, .jpg, .odb, .dbf, .md, .js, .pl, และ .doc เป็นต้น แต่ว่าพวกไฟล์มัลติมีเดียอย่าง รูปภาพ เพลง หรือ วีดีโอจะรอดพ้น พูดง่าย ๆ ก็คือ โดนเรียบไม่ว่าไฟล์อะไรก็ตามแต่นั่นแหละ โดยไฟล์ที่โดนเล่นงานมักจะรหัสไฟล์ตามหลังนามสกุลดั่งเดิมว่า .ikjyiia  ตัวอย่างเช่นไฟล์ word ชื่อว่า  งานประจำ.docx แต่พอโดนไวรัสนี้เข้าไปก็จะเปลี่ยนเป็น งานประจำ.docx.ikjyiia แบบนี้เป็นต้น

 

ถ้าเราฆ่าไวรัสได้แล้วไฟล์เราจะกลับมาได้หรือเปล่า? คำตอบคือ NO ไม่ได้ครับแม้จะกำจัดไวรัสไปแล้ว แต่ไฟล์ที่ถูกแก้ไขรหัสไปแล้วก็จะไม่ได้กลับคืนมาแต่อย่างใด ซึ่งถ้าใครโดนไวรัสนี้เข้าให้แล้ว ก็บอกคำเดียวว่าต้องทำใจ fomat เครื่องใหม่เท่านั้นแหละเพราะไฟล์ในเครื่องคุณได้ตายไปแล้วนั่นเอง

 

มี Anti-Virus อยู่ในเครื่องแล้วมันไม่ช่วยเลยหรือ? อันที่จริงแล้วมันก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นเองครับ แอนตี้ไวรัสที่ได้รับการอัพเดทจะมีความสามารถในการดักจับมัลแวร์ แต่มันก็ค่อนข้างไร้ความหมาย หากตัว User เองได้อนุญาตให้ไวรัสตัวนี้เข้ามาด้วยตนเองโดยการลดการป้องของโปรแกรมแอนตี้ไวรัสลงเอง โดยที่อาจจะไม้รู้ตัว เพราะหลายคนชอบตอบ Yes  ไปโดยไม่ดูให้ดีก่อน และผลก็คือคุณได้เปิดประตูให้โจรเข้าบ้านแล้วนั่นเอง

 

เราจะป้องกันตัวจากแรนซัมแวร์ได้อย่างไร? อันที่จริงแล้วเจ้าไวรัสประเภทนี้ก็ไม่ใช่ของใหม่อะไรนักมันเคยระบาดมาก่อนในช่วงหนึ่งแล้ว ทางที่ดีที่สุดสำหรับข้อมูลสำคัญมาก ๆ แล้วควรทำ backup เก็บไว้ เช่นเซฟข้อมูลของเราเอาไว้หลาย ๆ ที่ เช่นในแฟลชไดร์ฟ คลาวด์ไดร์ฟ บน E-Mail ของเราเป็นต้น พยายามหลีกเลี่ยงการเปิดเมล์แปลก ๆ จากคนที่เราไม่รู้จัก ไม่เปิดเว็บลิงค์ที่ไม่มีที่มาที่ไป เพียงเท่านี้มันก็จะช่วยให้เรารอดพ้นจากมัลแวร์ตัวนี้ได้บ้างแล้ว

 

Trick สำหรับรับมือเผื่อโดนเล่นงาน

จริง ๆ แล้วมันก็พอจะเทคนิคที่พอจะเป็นการเตรียมรับมือไวรัสตัวนี้ได้อยู่เหมือนกัน หากแต่ว่าเราจะต้องกระทำการเซ็ตค่าตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราให้มีความพร้อมก่อนโดนเล่นงาน ซึ่งการเซ็ตค่านี้จะกระทำโดยใช้ฟังก์ชั่นตัวหนึ่งของระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งก็คือ System restore และโปรแกรม shadow explorer ซึ่งโปรแกรมตัวนี้เป็นฟรีแวร์นะครับ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ สามารถโหลดได้ที่ http://www.shadowexplorer.com/ ครับเพื่อใช้เรียกไฟล์กลับมาได้ แม้ไม่การันตี 100% แต่วิธีนี้ผมก็เคยใช้ได้ผลมาแล้วกับเครื่องที่โดนไวรัสนี้เล่นงานซึ่งสามารถเรียกไฟล์กลับมาได้

ในส่วนการเซ็ต System restore ของวินโดว์และวิธีการใช้งาน shadow explorer นั้นได้มีผู้จัดทำเป็นไฟล์วีดีโอและเผยแพร่บนเว็บไซต์ youtube เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ สามารถเข้าไปดูได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้

https://www.youtube.com/watch?v=5LHdqxvdXGU

อนึ่งวิธีนี้ขอย้ำว่านี่ไม่ใช่วิธีป้องกันไวรัสชนิดนี้ที่ดีที่สุด และไฟล์ที่ได้กลับมาก็อาจไม่ใช่ไฟล์ที่เป็นปัจจุบัน ฉะนั้นแล้วทางที่ดีที่สุดก็คือทำแบ็คอัพเอาไว้หลาย ๆ ที่จะดีกว่า และที่ดีที่สุดก็คืออย่าไปโดนเข้าเลยนั่นแหละครับ

By raymiel02

 

หลักปฏิบัติราชการที่ดีสำหรับบุคลากรของรัฐ (ความรู้เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยของรัฐกับกฎหมายปกครอง)
ส.ค. 6th, 2014 by thanyaluk
Number of View: 269

นางสาววิริยา  สมบูรณ์ผล
ตำแหน่ง บรรณารักษ์

เนื้อหาโดยสรุป

กฎหมายปกครองที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยของรัฐ มีดังนี้

  1. พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 เป็นการเตรียมการและการดำเนินการของเจ้าหน้าเพื่อจัดให้มีคำสั่งทางปกครองหรือกฎ และรวมถึงการดำเนินการใดๆ ในทางปกครองตามพระราชบัญญัตินี้ กรณีตัวอย่างมีการสอบสวนความผิดของเจ้าหน้าที่นั้น ในวันที่ตั้งกรรมการสอบวินัย กรรมการต้องเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงได้ ตลอดจนสามารถปรึกษาทนายความหรือที่ปรึกษาทางกฎหมายเพื่อมาแก้ต่างได้อย่างเต็มที่ และมีสิทธิ์ที่จะได้รับพยานหลักฐานต่างๆ ได้ หากกรณีเกิดการผิดพลาดโดยมหาวิทยาลัยยังไม่ได้เปิดโอกาสให้อย่างเต็มที่ ถ้าขึ้นที่ศาลปกครองศาลจะทำการเพิกถอนและย้อนเรื่องให้มาทำใหม่ หรือหากท่านไม่พอใจต่อคำสั่งนี้ให้ฟ้องที่ศาลปกครองได้ภายใน 90 วัน
  2. พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 กรณีตัวอย่างมีพนักงานขับรถกำลังปฏิบัติหน้าที่ในเวลาราชการ แต่เกิดอุบัติเหตุยางรถแตกทำให้ขับรถชนกับเสาไฟฟ้า ใครเป็นผู้ต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับสำนักงานการไฟฟ้า ในขั้นที่หนึ่งมหาวิทยาลัยเป็นผู้จ่ายไปให้ก่อนจากนั้นมหาวิทยาลัยต้องตั้งคณะกรรมการสอบว่าความกระทำผิดทางละเมิดใครเป็นคนก่อ หากเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ได้นั้น กรณีที่หนึ่งขับในความเร็วปกติแต่เกิดยางแตกเนื่องจากอุบัติเหตุเจ้าหน้าไม่ต้องจ่ายค่าเสียแต่มหาวิทยาลัยต้องเป็นผู้จ่าย กรณีที่สองขับรถในความเร็วปกติแต่มีหลักฐานพยานว่าเมื่อคืนเจ้าหน้าที่นั้นเมาตื่นเช้ามายังมีกินแอลกอฮอล์และนอนน้อยทำให้ขาดความระมัดระวังจนเกิดอุบัติเหตุเจ้าหน้าที่ต้องเป็นผู้จ่ายค่าเสียหายเอง กรณีที่สามเจ้าหน้ายอมรับว่าดื่มสุราแต่อุบัติเหตุจะไม่เกิดหากมหาวิทยายอมเปลี่ยนยางให้ใหม่ เพราะเคยแจ้งต่อมหาวิทยาลัยแล้วว่าดอกยางรถยนต์นั้นเสื่อมสภาพผ่านการใช้งานมานานมากแล้วแต่มหาวิทยาลัยยังไม่ทำการเปลี่ยนให้ กรณีความรับผิดทางละเมิดนั้นถือว่าทั้งสองฝ่ายต้องจ่ายค่าเสียหายกันคนละครึ่ง
  3. พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 กรณีตัวอย่างมีนักศึกษาสงสัยในผลคะแนนสอบ นักศึกษาสามารถขอดูผลคะแนนสอบจากอาจารย์ได้ และอาจารย์ต้องทำการชี้แจ้งสาเหตุนั้นๆ เพราะพระราชบัญญัตินี้ถือคำหลักเปิดเผยข้อมูลเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น
  4. พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 เป็นบัญญัติที่สามารถฟ้องร้องต่อศาลได้ง่าย หากกรณีอยากทำการฟ้องร้องต่อศาลแต่เขียนคำร้องไม่เป็นนั้น ทางศาลมีแผนกช่วยเขียนคำฟ้องร้องต่อศาลให้ หากฟ้องร้องผิดศาลจะมีเจ้าหน้าที่ศาลให้คำแนะนำเพื่อให้สามารถฟ้องร้องได้ถูกต้อง และสามารถส่งคำฟ้องร้องผ่านทางไปรษณีย์ได้ Read the rest of this entry »
การบริหารแบบมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์
ส.ค. 10th, 2011 by thanyaluk
Number of View: 491

เรื่อง             การบริหารแบบมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์

วันที่อบรม     วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน 2554  (เวลา 13.30 – 16.30 น.) 

วิทยากร        คุณจริยา บุณยะประภัศร  ที่ปรึกษา บริษัท ซีอาร์เอ็มแอนด์คลาวด์

สรุปเนื้อหาการบรรยาย  

แนวคิดการบริหารแบบมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ หมายถึง แนวคิดที่มุ่งเน้นวิธีการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดประสิทธิผล โดยมีการวางแผนและ การกำหนดเป้าหมาย เพื่อให้สามารถดำเนินการและติดตาม ประเมินผลเป้าหมายที่กำหนดทั้งในระดับส่วนงานและบุคคล ไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีส่วนร่วมและสอดคล้องกับภารกิจ วัตถุประสงค์ และเป้าหมายขององค์กร

ประโยชน์ของการบริหารแบบมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์

สนับสนุนให้หัวหน้างานและผู้ปฎิบัติงานตกลงและหารือเพื่อกำหนดเป้าหมายการปฏิบัติงานเพื่อที่จะดำเนินงานที่จะบรรลุเป้าหมายร่วมกัน กำหนดเป้าหมายของการปฏิบัติงานเพื่อเชื่อมโยงผลตอบแทน ช่วยผลักดันผลผลิตและผลลัพธ์ตลอดจนการสร้างผลงานตามค่าเป้าหมาย ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรและผลงานของหน่วยงาน Read the rest of this entry »

Flood Mapping คิดเบี้ยประกันภัยตามพื้นที่เสี่ยง
มิ.ย. 1st, 2011 by andychuzley
Number of View: 329

มหันตภัยจากภัยธรรมชาติที่เกิดถี่ขึ้นและรุนแรงมากขึ้นในระยะหลังๆ ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะน้ำท่วมครั้งใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้เมื่อปีที่ผ่านมารวมไปถึงต้นปีนี้ส่งผลกระทบมาถึงธุรกิจประกันภัยโดยตรงต้องหันมาให้ความสำคัญกับการบริหาร จัดการการรับประกันภัยน้ำท่วมจริงจังมากขึ้น

ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย สำนัก งานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า คปภ.ให้ความสำคัญถึงการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ สภาพแวดล้อมภัยธรรมชาติต่างๆ มาหลายปีแล้ว ซึ่งในแผนพัฒนาการประกันภัยฉบับที่ 2 ได้เล็งเห็นความสำคัญตรงนี้ในอนาคตข้างหน้าจะมีผลกระทบมาถึงภาคส่วนต่างๆ จึงกำหนดเป็น มาตรการดำเนินการ 4 ข้อ ซึ่งภัยธรรมชาติอยู่ในมาตรการที่ 1 ว่าด้วยการเสริมสร้างความเชื่อมั่นตระหนักถึงความสำคัญของการประกันภัยและการเข้าถึงระบบประกันภัยของประชาชนทุกระดับ

มหันตภัยเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ กำหนดแผนการดำเนินงานและศึกษาแนวทางต่างๆ รองรับ โดยศึกษารูปแบบของประเทศเพื่อนบ้านที่มีสภาวะแวดล้อมใกล้ประเทศไทย อาทิ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ไต้หวัน เกาหลี ใต้ ดูรูปแบบทำอย่างไรเพื่อนำมาเป็นแนวทางศึกษา แนวทางที่น่าจะเป็นไปได้ มีหน่วยงานองค์กรเฉพาะกิจบริหารจัดการมหันตภัยโดยบริษัทประกันวินาศภัยและบริษัทรับประกันภัยต่อร่วมกันจัดตั้งขึ้นเป็น “โค อินชัวรันส์” หรือสมทบเงินเป็นเงินกองทุนหรือเข้ามาถือหุ้นในบริษัทแห่งนี้โดยภาครัฐต้องมาร่วมดูแลด้วย

“สำหรับมหันตภัยหลักๆ เรามองน้ำท่วม แผ่นดินไหวจะให้สินค้าตัวนี้ออกมาก่อนใช้กับบ้านอยู่อาศัย ก่อนขยายไปถึงลูกเห็บในระยะยาว ส่วนที่ 2 คือการจัดทำโซนนิ่งให้สอดคล้องกับความเสี่ยงของพื้นที่ เบี้ยประกันจัดเก็บเพียงพอบนหลักการบริษัทประกันภัยอยู่ได้ ประชาชนได้รับความคุ้มครอง คปภ. สมาคมต้องผลักดันสำเร็จเป็นรูปธรรม”

ประธานคณะกรรมการประกันภัยทรัพย์สิน สมาคมประกันวินาศภัย ให้ความเห็นว่าปัจจุบันมีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้นคือ 1.วงจรความเสียหายมหันตภัยสั้นลงเหลือ 5-10 ปีจากเดิม 100 ปี 2.ความเสียหายกินพื้นที่กว้างขึ้น และ 3.การสะสมของภัยมากขึ้นทุกปี บริษัทรับความเสี่ยงมากขึ้น มองว่าถ้าปล่อยไปอันตราย หากความเสียหายมาก บริษัทประกันภัยไม่กล้ารับ ผู้บริโภคไม่ยอมรับ

ทางคณะกรรมการชุดนี้เตรียมความ พร้อมหลายด้าน 1.รีบศึกษาน้ำท่วมคุ้มครองกว้างพอหรือไม่ เป็นที่มาของการสร้างกรมธรรม์บ้านอยู่อาศัยมองควบภัยน้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุที่จะมาพร้อมกัน คำนวณ 3 ภัยคุ้มครองชัดเจนไม่งั้นอุดไม่หมด มีช่องว่าง 2.อย่างน้อยมีข้อมูลจากดาวเทียมรู้ที่ใดเป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมมีประวัติศาสตร์ย้อนไป 5 ปี ยิ่งหากได้ข้อ มูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศ (องค์กรมหาชน) หรือสทอภ.ที่เรากำลังร่วมกันจัดทำแผนที่ความ เสี่ยงภัยน้ำท่วม (Flood Mapping) กันอยู่ การมีแผนที่น้ำท่วมสามารถกำหนดได้ว่าแต่ละพื้นที่มีความเสี่ยงอย่างไร พื้นที่ไหนน้ำท่วมเบี้ยจะลดลง

“เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วเราเอามาดูที่ใดเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยเอามาเวิร์กกับชมรมสินไหม ถ้าส่วนไหนน้ำท่วม 30 ซม. 1 เมตร 2 เมตรความเสียหายเท่าไหร่เกิดกับสิ่งก่อสร้าง เครื่องจักร สต็อกสินค้าและกี่เปอร์เซ็นต์อีกด้านมาบอกตัวเลขความเสีย หายเท่าไหร่เพื่อประเมินความเสียหายที่เป็นไปได้เกิดกับกรมธรรม์ที่รับอยู่จากน้ำท่วม เช่น กรณีท่วม 1 เมตรความเสียหาย เท่าไหร่ ทำเป็น Flood Zone Flood Model กำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยเท่าไหร่ ดูในส่วนที่ผู้เอาประกันภัยมีมาตรการป้องกันมาตรการลดความเสี่ยงภัย หลีกเลี่ยงน้ำท่วมได้ควรได้ส่วนลดเบี้ยประกันเท่าไหร่ เป็นงานที่เราทำกัน”

การทำแผนที่ความเสี่ยงภัยจะเสร็จในอีก 6 เดือนข้างหน้านี้จะเริ่มจาก 16 จังหวัดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและท่าจีนก่อนขยายไปยังปิง วัง ยม น่าน แม่น้ำมูล ชี ให้ครบทุกสายใช้เวลา 2-4 ปี เป็นนโยบายที่ทางคณะกรรมการประกันภัยทรัพย์สินกำหนดไว้แล้วอาจจะใช้เวลา 3-4 ปีเพื่อรองรับนโยบายของคปภ.ในการจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยพื้นฐาน ในอนาคตสามารถก่อตั้งพูลน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติขึ้นมา

กรมส่งเสริมการเกษตร เพิ่มหลักสูตรประกันภัย อบรมเกษตรกรทั่วประเทศ
เม.ย. 28th, 2011 by andychuzley
Number of View: 451

นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทำ MOU ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อดำเนินการส่งเสริมให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันภัยและสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรรม์ประกันภัยในฐานะผู้บริโภค ตลอดจนตระหนักถึงคุณค่าและคุณประโยชน์ของการสร้างหลักประกันความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินให้กับตนเองและครอบครัว โดยใช้ระบบการประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง ที่ผ่านมารัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณเป็นจำนวนมากในการชดเชยความเสียหายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร โดยเฉพาะความเสียหายจากภัยธรรมชาติ การประกันภัยธรรมชาติทางการเกษตรจึงเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่จะแบ่งเบาภาระงบประมาณของรัฐบาล และสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพของเกษตรกร ดังนั้นเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรจึงต้องมีความรู้และทราบถึงสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัยเพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพเกษตรกร

ด้านวิธีการถ่ายทอดให้ความรู้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรนั้นจะใช้ระบบที่มีอยู่ คือกรมส่งเสริมการเกษตรมีหน้าที่ในการจัดฝึกอบรมเกษตรกรทั่วประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะมีการฝึกอบรมตามปกติแล้ว จะนำเรื่องการประกันภัยเข้ามาเสริมด้วย ส่วนวิทยากรจะเป็นหน้าที่ของทาง คปภ.เข้ามาให้ความรู้กับเกษตรกร

นายอรรถ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเมื่อปี 2552-53 กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดทำโครงการนำร่องการประกันภัยธรรมชาติสำหรับพืชผลทางการเกษตร เพื่อศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการประกันภัยในเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ผลจากการศึกษาเบื้องต้นพบว่าเบี้ยประกันภัยเกษตรกรพอใจอยู่ที่ 139-147 บาท/ไร่ วิธีการประเมินความเสียหาย เกษตรกรพอใจที่จะประเมินเป็นรายแปลงมากกว่าที่จะใช้ดัชนีภูมิอากาศ วงเงินชดเชยเท่ากับเงินที่ลงทุนในการผลิตตามอายุการเจริญเติบโตของข้าว ความพึงพอใจเกษตรกรมีความพึงพอใจอยากจะทำประกัน ถือเป็นการศึกษาเพื่อหาข้อมูลเบื้องต้นเพื่อรายงานต่อรองนายกรัฐมนตรี และนำไปสู่กระบวนการโครงการประกันภัย ส่วนจะเกิดขึ้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการกำหนดกรอบการประกันภัยธรรมชาติของรัฐบาล

ที่มา : http://www.ryt9.com/s/bmnd/1138091

เตือนภัยบนท้องถนนกับการหารายได้จากเจ้าของอู่
เม.ย. 21st, 2011 by natterwoods
Number of View: 270

เรื่องเป็นแบบนี้ครับทุกๆท่าน เมื่อประมาณวันเสาร์ที่แล้วครับแฟนผมไปส่งน้องที่ บขส พอถึงไฟแดงย่านจตุจักร จอดติดไฟแดงอยู่ดีๆมีรถคันหนึ่งมาชนตูดซะงั้น เเล้วผู้หญิงคนหนึ่ง เดินลงมาบอกว่า “อ่าวคุณถอยรถมาชนฉันทำไมเนี่ย” แต่ว่าพวกผมไม่ได้ถอยรถใดๆทั้งสิ้น เเล้วก็มีผู้ชายเดินลงมาอีกคนเเล้วบอกว่า “คุณนั้นเละที่ทำรถใหลไปชนเค้าเอง” เเล้วคนผู้ชาย ก็บอกแฟนผมว่า “เอางี้น่ะไปซ่อมที่อู่ผมก็ใด้น่ะ”

เมื่อวานนี้แฟนผมไปรับรถ เเล้วก็ลองถามดูผู้หญิงคนหนึ่ง jazz ของเค้าโดนชนมีแผลบริเวณที่เดียวกัน ผู้หญิงคนนั้นก็บอกว่า “เจ้าของอู่ขับชนค่ะ” เเล้วก็มีอีกสองคันที่แฟนผมก็สงสัยเหมือนกันว่าอาจจะโดนเคสเดียวกัน

แบบนี้หมายความว่ายังไงหรอครับ ชนเเล้วให้คนไปซ่อมที่อูตัวเองเพื่อตัวเองจะใด้เงินจากประกันภัยรถยนต์ โดยจากการซ่อมรึเปล่า เสียเวลาคนจะทำมาหากิน แถมยังเจ็บใจอีก ลืมบอกไปว่าเป็นอู่กลาง ย่านดอนเมืองครับ

ข้อมูลจาก สมากชิกในบอร์ด http://www.thaiseoboard.com

สาวโคราชหลอกลูกค้าทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 พ.ร.บ.และประกันชีวิตปลอม
เม.ย. 21st, 2011 by natterwoods
Number of View: 627

สาวโคราชหลอกลูกค้าทำประกันภัยรถชั้น 1 พ.ร.บ.และประกันชีวิต ความแตกเมื่อประสบอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ พบว่าเป็นกรมธรรม์ปลอม สารภาพหลอกลวงลูกค้ามานับสิบราย ได้เงินไปแล้วหลายแสนบาท

ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมานำโดย พ.ต.อ.ผดุงเกียรติ์ ศิริพรวิวัฒน์ ผกก.และ พ.ต.ท.ภูมิ ทองโพธิ์ สารวัตรสืบสวน ได้วางแผนเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาฉ้อโกงเอาทรัพย์สินผู้อื่น หลังจากมีตัวแทนบริษัทประกันภัยชื่อดังและผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความกับ ตำรวจที่ สภ.เมืองนครราชสีมาให้ดำเนินคดีกับนางสาวสุนิสา มาหมื่นไวย อายุ 27 ปี อยู่ต.จอหอ อ.เมือง จังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากน.ส.สุนิสาได้หลอกลวงผู้เสียหายหลายรายให้ทำประกันภัยรถยนต์  พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 และประกันชีวิต

โดย เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2554 ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้มีผู้เสียหายรายหนึ่ง ขับรถยนต์ไปประสบอุบัติเหตุ จึงแจ้งตัวแทนบริษัทประกัน แต่เมื่อตัวแทนบริษัทประกันตรวจสอบที่เกิดเหตุ กลับไม่ได้รับการคุ้มครองจากบริษัทประกันภัย เพราะตรวจสอบกรมธรรม์แล้วพบว่าเป็นกรมธรรม์ปลอม

พ.ต.ท.ภูมิ ทองโพธิ์ สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา พร้อมกำลังได้วางแผนให้ผู้เสียหายติดต่อกับน.ส.สุนิสาเพื่อขอทำประกันภัยรถยนต์ชั้น1 โดยชุดสืบสวนได้ปลอมตัวนัดหมายให้มาทำสัญญาประกันภัยและรับเงินกันที่ร้าน โฆษณา 5 แยกหัวรถไฟ ถนนจอมสุรางค์ยาร์ต เขตเทศบาลนครนครราชสีมา

เมื่อ ถึงเวลานัดน.ส.สุนิสาขับขี่รถจักรยานยนต์มาที่ร้านดังกล่าวและได้ตกลงทำ สัญญาประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ของบริษัทประกันภัยชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยคิดค่าทำประกันภัยรถยนต์เป็น จำนวนเงิน 15,500 บาท พร้อมกับได้มอบใบเสร็จรับเงินค่ากรมธรรม์ปลอมให้ชุดสืบสวนจึงได้แสดงหมายจับ พร้อมกับจับกุมน.ส.สุนิสาดำเนินคดีพร้อมกับของกลางในกระเป๋า สะพาย ประกอบด้วยกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ปลอมของบริษัทประกันภัยชื่อดังแห่งหนึ่ง จำนวน 6 กรมธรรม์ ใบเสร็จรับเงินค่ากรมธรรม์ปลอมจำนวน 8 ฉบับ เงินสดของผู้เสียหาย15,500 บาท เอกสารกรมธรรม์ประกันภัยยังไม่ได้กรอกรายละเอียด 3 ฉบับ สำเนาเอกสารที่ผู้เสียหายใช้ในการทำสัญญาประกันภัย 4 ชุด และบัตรพนักงานของบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งปลอม 1 ใบ

จาการสอบสวน น.ส.สุนิสาผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเคยเป็นตัวแทนของบริษัทประกันภัยชื่อ ดังแห่งหนึ่ง เมื่อเดือนธันวาคม 2553 ถูกไล่ออกเนื่องจากบริษัทจับได้ว่ารับเงินค่าทำประกันกับลูกค้ามาแล้วไม่ได้ ส่งให้กับบริษัท แต่ก็ยังแสดงตัวเป็นพนักงานของบริษัท หลอกขายประกันให้กับลูกค้า พร้อมกับออกเอกสารกรมธรรม์ปลอมให้กับลูกค้า โดยเอกสารกรมธรรม์ได้ขโมยเอามาจากบริษัทก่อนที่จะถูกไล่ออก

นอกจาก นี้ตนยังได้รับทำ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถและประกันชีวิตปลอม ด้วย ตำรวจจึงแจ้งข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ผู้อื่นปลอมและใช้เอกสารปลอมซึ่งภายหลังตำรวจ จับกุมตัว น.ส.สุนิสาได้มีผู้เสียหายหลายรายเดินทางไปชี้ตัวผู้ต้องหาหากผู้ใดเคยถูก นางสาวสุนิสาหลอกให้ทำประกันสามารถไปแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมได้ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา

ที่มา http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=504695

ฉะนั้น หลักการง่ายๆ ครับผม
กรณีจ่ายเงินล่วงหน้า : โปรดตรวจสอบว่าผู้ขายมีบัตรตัวแทนหรือไม่ หากเป็นนายหน้าโปรดตรวจสอบว่ามีหนังสือรับรองจากบริษัทว่ามีสิทธิรับเงินได้ หรือไม่ และโปรดรับใบเสร็จรับเงินเกี่ยวกับสินค้าประกันภัยดังกล่าวไว้ด้วย
กรณีจ่ายเงินภายหลัง : ก่อนรับเงินโทรไปยังบริษัท เพื่อตรวจสอบกรมธรรม์ ความคุ้มครอง และรายละเอียดต่าง เช่น ชื่อ เลขทะเบียน หรือเลขตัวถัง ด้วยจะได้สบายใจ กับทุกรายละเอียด และโปรดรับใบเสร็จรับเงินเกี่ยวกับสินค้าดังกล่าวไว้ด้วย

เพราะ บริษัทประกันภัย จะต้องรับผิดชอบแทน ตัวแทน หรือนายหน้า ทุกประการ (ที่เหลือบริษัทไปไล่บี้กับตัวแทน นายหน้าต่อไป) กรมธรรม์เราได้รับความคุ้มครองแน่นอนครับผม

ประโยชน์ของการทำประกันภัยรถยนต์
เม.ย. 3rd, 2011 by andychuzley
Number of View: 756

มีการกล่าวไว้ว่า “การทำประกันภัยรถยนต์นับเป็นวิธีที่ชาญฉลาดในการบริหารทรัพย์สิน” เพราะเป็นทางเลือกหลักในการลดความสูญเสียอันเนื่องมาจากอุบัติภัยหรือการสูญหายที่อาจเกิดต่อรถยนต์ของผู้เอาประกัน การทำประกันรถยนต์นั้นไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงต่อการสูญเสียลดลง แต่การประกันภัยรถยนต์จะช่วยชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น และไม่ทำให้แผนการบริหารการเงินของผู้ทำประกันภัยต้องสะดุดหรือเสียหาย ผู้รับประกันภัยจะเป็นผู้จ่ายค่าชดเชยรวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุตามความคุ้มครองที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ดังกล่าว ดังนั้นในการวางแผนและบริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพนั้น การประกันความเสี่ยงของทรัพย์สินต่างๆด้วยการประกันภัยจัดว่าเป็นวิธีบริหารความเสี่ยงที่มีรูปแบบเป็นสากลและสามารถไว้วางใจได้

อย่างไรก็ตามก่อนการทำประกันภัยทุกประเภท ผู้เอาประกันต้องศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขในการทำประกันภัยอย่างถี่ถ้วนเพื่อให้การทำประกันภัยเป็นการลงทุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

10 อันดับประกันที่น่าเชื่อถือที่สุด ปี 2011 : BrandAage
มี.ค. 30th, 2011 by natterwoods
Number of View: 1569

จากข้อมูล BrandAge 2011 Thailand’s Most Admired Brand ซึ่งได้ดำเนินการจัดทำผลการสำรวจความนิยม ซึ่งก็ยังได้รับความนิยมและติดตามอยู่ตลอดเวลา จากผู้บริโภต ลองมาดูกันว่า แบรนด์ ประกันภัย รายใด จะสามารถขยับอันดับ หรือมีการเปลี่ยแปลงแชมป์ ได้หรือเปล่า ลองมาดูกันครับ
อันดับที่ ร้อยละ
1. วิริยะประกันภัย       46.62
2. สินมั่นคงประกันภัย   14.45
3. มิตรแท้ประกันภัย     7.46
4. กรุงเทพประกันภัย    6.76
5. ทิพยประกันภัย        4.90
6. ประกันคุ้มภัย          3.03
7. อาคเนย์ประกันภัย    2.10
8. LMG ประกันภัย      1.75
9. ธนชาติประกันภัย     1.63
9. ไทยประกันภัย        1.63
หมายเหตุ : ร้อยละของกลุ่มตัวอย่างที่ใช้บริการประกันภัยที่เห็นด้วย

ที่มา BrandAge ปี่ที่ 12 ฉบับที่ 1 มกราคม 2554  http://www.brandage.com

ความคิดเห็นเพิ่มเติม
แม้ ว่าวิริยะจะได้รับการยอมรับว่าเป็นประกันภัยที่น่าเชื่อถือมากที่สุดติดต่อ กันยาวนานมาก แต่้ข้อมูลก็แสดงให้เห็นนัยสำคัญ ว่า มีจำนวนผู้ที่พึงพอใจลดลงจาก 48.91% จากปี 2010  มาเป็น 46.62% ในปี 2011 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าด้วยการแข่งขันและการให้บริการในบางเคส อาจจะมีผลต่อการตัดสินใจในครั้งนี้ และเนื่องจากพื้นฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นในต่างจังหวัด ก็ทำให้วิริยะก็ยังครองแชมป์ไปอย่างดาย แต่ในอนาคตการแข่งขันก็มีสูงขึ้น คู่แข่งก็พยามทำการตลาดให้มีผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และการบริการ ที่โดนใจมากยิ่งขึ้น แต่ที่่น่ายินดีมาก ก็คือ มิตรแท้ประกันภัย ที่ขยับตัวขึ้น TOP 3 หลังจากที่เคยอยู่อันดับ 5 ในปี 2010 จาก 4.35% มาเป็น 7.46% ถือว่าตัวเลขเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการให้บริการที่ดี เป็นที่พึงพอใจของลูกค้า มีการจัดทำผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่หลากหลายมากมาย และมีการขยายงานแบบระบบเครือข่าย ถือว่าได้ใจลูกค้ามากขึ้นทีเดียว

สำหรับ หลายๆ บริษัทที่ท่านรู้จักดี แต่ไม่ได้ปรากฎในที่นี้ เนื่องด้วยการจัดอันความน่าเชื่อถือ เพียง 10 อันดับ และไม่เกี่ยวข้องกับยอดขายสินค้าประกันภัย หลายๆ ท่านอาจจะสงสัยว่าบริษัทหลายบริษัทมีปริมาณยอดขาย ทั้งประเภท non-motor insurance และ motor insurance (ประกันภัยรถยนต์) อยู่ในอันดับ 1-10 ทำไม ไม่อยู่ใน ณ ที่นี้ ก็ไม่ต้องสงสัยนะครับ เพราะเป็นการจัดอันดับคนละประภทกัน แต่ในปีนี้ และปีหน้า 2012 ผมคาดการณ์ว่า คงจะมีการแข่งขันอย่างเข้มข้นแน่นอน  ทั้งในเรื่องของราคา ผลิตภัณฑ์ (ความคุ้มครอง ความหลากหลาย) การบริการ เทคโนโลยี ช่องทางการตลาด และการเพิ่มเงินทุน หรือการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งการแข่งขันในอนาคต เพื่อรองรับ ASEAN ONE หรือ ASEAN Economics Community : AEC อันใกล้นี้

ข้อมูลประกันภัยรถยนต์ ดีๆ ที่ www.saveprakan.com

ประกันภัยรถยนต์

ประกันภัยรถยนต์

รู้เรื่องรหัสรถยนต์ในประกันภัยรถยนต์
มี.ค. 29th, 2011 by andychuzley
Number of View: 1193

การทำประกันภัยรถยนต์ ทำไมต้องรู้รหัสรถยนต์?
การทำประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภทจะให้ความคุ้มครองและเงื่อนไขการใช้รถที่ต่างกัน การนำรถไปใช้งานหรือการทำประกันผิดประเภทอาจทำให้บริษัทประกันภัยรถยนต์ปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ซึ่งความเสียหายจะตกอยู่กับผู้ซื้อประกันภัยรถยนต์นั่นเอง ดังนั้นเมื่อซื้อประกันภัยรถยนต์ นอกเหนือจากการตรวจดูชื่อผู้เอาประกัน หมายเลขสำคัญต่างๆ เช่น หมายเลขทะเบียน หมายเลขตัวรถและเครื่องยนต์ ยังต้องตรวจดูว่ารหัสรถถูกต้องหรือไม่ ดังนี้

1. รถเก๋ง / รถกระบะ 4 ประตู (รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 ที่นั่ง) ป้ายสีขาวตัวอักษรสีดำ

  • รหัส 110 คือรถยนต์ใช้ส่วนบุคคลไม่ใช้รับจ้างหรือให้เช่า
  • รหัส 120 คือรถยนต์ใช้เพื่อการพาณิชย์ หรือ จดทะเบียนบุคคลเพื่อการใช้งานรับจ้าง หรือ ให้เช่า

2. รถกระบะบรรทุก(รถยนต์บรรทุกไม่เกิน 3 ตัน) ป้ายสีขาวตัวอักษรสีเขียว

  • รหัส 210 คือรถยนต์ใช้ส่วนบุคคล ไม่มีโครงเหล็ก/โครงหลังคา
  • รหัส 320 คือรถยนต์บรรทุกใช้เพื่อการพาณิชย์ รับจ้างหรือให้เช่า (ใช้งานบรรทุก / ใช้โดยสาร)
  • รหัส 340 คือรถยนต์บรรทุกใช้เพื่อการพาณิชย์ ใช้บรรทุกวัตถุอันตราย

3. รถตู้โดยสาร(รถยนต์โดยสารส่วนบุคคล) ป้ายสีขาวตัวอักษรสีฟ้า

  • รหัส 210 คือรถยนต์โดยสารใช้ส่วนบุคคล ไม่สามารถนำมาใช้รับจ้างหรือให้เช่า หรือใช้เป็นรถประจำตำแหน่ง
  • รหัส 220 คือรถยนต์โดยสารเชิงพาณิชย์ ใช้เพื่อรับจ้างรับส่งคน เช่น พนักงาน นักเรียน

4. รถตู้โดยสาร(รถยนต์โดยสารรับจ้าง)  ป้ายสีเหลือง ตัวอักษรเป็นตัวเลขทั้งหมด ตัวเลขสีดำ

  • รหัส 220 คือรถยนต์โดยสารใช้รับจ้างรับส่งคน เช่น พนักงานบริษัท นักเรียน
  • รหัส 230 คือรถยนต์โดยสาร ใช้รับจ้างประจำทางและรับจ้างสาธารณะ
»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa
© RMUTT