เสริมสร้างทัศนคติเชิงบวกเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต (Building positive attitude for life quality development)

โครงการสัมมนาผู้ปฏิบัติงานด้านพัฒนานักศึกษา ระยะที่ 2
June 20, 2018
EBSCO Annual Conferences 2018
September 19, 2018

เสริมสร้างทัศนคติเชิงบวกเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต (Building positive attitude for life quality development)

นายวันชัย   แก้วดี
ตำแหน่ง นักวิชาการโสตทัศนศึกษา ชำนาญการ

การบรรยายธรรม เรื่อง การปรับตัวของบุคลากรในยุคไทยแลนด์ 4.0 อย่างมีความสุข  โดย พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต และพระอาจารย์วรวัฒน์ วรวฑฺฒโน

                    “แผ่นดินธรรมนำใจให้ไร้ทุกข์ แผ่นดินทองพากายสุขไม่ทุกข์เข็ญ แผ่นดินเพชรมีความเด็ดคือร่มเย็น เพราะว่าเป็นแผ่นดินไทยไม่ไร้ธรรม เมื่อไม่ได้พัฒนาที่จิตใจ จะพัฒนาด้านใด ๆ ก็ไร้ผล การพัฒนาจึงต้องเริ่มที่ใจคน เพื่อให้เกิดผลพัฒนาที่ถาวร”

เกียรติยศไม่ได้มาด้วยชาติกำเนิด แต่เกิดจาการกระทำ ชีวิตมีขึ้นมีลง เวลาขึ้นก็อย่าหลง เวลาลงก็อย่าท้อ คนเรามีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่ละคนก็จะมีปัญหาและมีสติปัญญา และวิธีการแก้ไขที่แตกต่างกัน และแต่ละคนก็ต้องการให้ผู้อื่นมาเติมเต็มในสิ่งที่ยังขาดหาย ดังนั้นมนุษย์จึงต้องมีสังคม เพื่อให้เรียนรู้ และช่วยเหลือกัน เราต้องตั้งมั่นและตั้งใจในการทำงานในสิ่งที่ตนเองรับผิดชอบ ธรรมชาติทุกคนเกิดมามีความบริสุทธิ์ จงอย่ามองกายหยาบ การสร้างความสุขในการทำงานประกอบไปด้วย 5 อ.
1.เอารอยยิ้มมารับที่ใบหน้าของเรา ลบรอยย่นที่คิ้ว สร้างรอยริ้วที่ริมฝีปาก  สร้างรอยยิ้มให้กับเพื่อนร่วมงานและผู้รับบริการ ทำให้เกิดความสุขในการทำงาน
2. เอามธุรสวาจามารับที่ปาก คือการพูดจาในสิ่งดีๆ จนคิดทุกครั้งที่พูด อย่าพูดทุกอย่างที่คิด เพราะถ้าพูดทุกคำที่คิด อาจจะผิดทุกครั้งที่พูด พูดแต่สิ่งดีๆ เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน
3. เอาหยาดเหงื่อแห่งความลำบาก มาล้างความยากจน ซึ่งคิดเสมอว่าเราทำงานเหน็ดเหนื่อยทุกวันนี้เพื่อเราจะได้ไม่มีความจนในภายภาคหน้า
4. เอาความดีของคนอื่นมาล้างความกิเลสในใจเรา เราอย่ามองคนอื่นจากกายหยาบ โดยที่เราไม่เข้าใจในความหมายหรือได้รับรู้ความจริง อย่าดูถูกคนอื่น
5. เอาธรรมะของพระพุทธเจ้ามาล้างหัวใจเราให้ใส ถ้าทุกคนมีธรรมะในใจ พรหมวิหารธรรม 4 คือ ธรรมครองใจ 4 ประการ ที่ทำให้บุคคลในสังคมพึงประพฤติปฏิบัติในทางอันประเสริฐทั้งต่อตน และผู้อื่น ประกอบด้วยธรรม 4 ประการ คือ
เมตตา หมายถึง ความประสงค์ที่จะให้ผู้อื่นมีความสุข
กรุณา หมายถึง ความประสงค์ที่จะช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์
มุทิตา หมายถึง ความยินดีสรรเสริญในความสุขที่ผู้อื่นได้รับ
อุเบกขา หมายถึง ความวางใจเป็นกลางต่อความสุข และความทุกข์ที่มีต่อตน และผู้อื่นได้รับ

การบรรยายเรื่องการเสริมสร้างทัศนคติเชิงบวกและฝึกทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์และเทคนิค โดย ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม

        สยามหัวเราะ(หัวเราะบำบัด) คือการออกกำลังกายภายใน เป็นวิธีการควบคุมการขยับเคลื่อนอวัยวะกายภายในส่วนของบุคคลอย่างหนักแน่นเป็นจังหวะ รู้สึก รู้ตัวรู้สึกตัว เพื่อขยับขับไขมันทรานส์ สารพิษ และสารเคมีที่ผิดปกติต่างๆ ที่คั่งค้างอยู่ตามเซลล์ทั่วกายภายในของบุคคลที่หลุดออกไป เป็นการฟื้นฟูบำบัดโรค ช่วยป้องกันโรค ช่วยเสริมสร้างเซลล์กายส่วนที่สึกหรอให้กลับคืนมาอย่างแข็งแกร่งดีได้ ส่งผลให้สุขภาพดี อารมณ์ การนึกคิดดี เป็นด้านบวก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างสรรค์งาน

สมองสามส่วน (The Triune Brain)

Paul MacLean (1952) พูดถึงกระบวนการทำงานของสมองสามส่วน (ส่วนนอก ส่วนกลาง ส่วนใน) คือ

สมองส่วนนอก ส่วนนึกคิด (Neocortex) เป็นสมองส่วนนอกที่ใช้ในการนึกคิด ความทรงจำ ภาษาพูด สัญลักษณ์

สมองส่วนกลาง ส่วนอารมณ์ความรู้สึก (Limbic Brain) เป็นสมองในส่วนการการแสดงอารมณ์ ความรู้สึก ความสัมพันธ์

สมองส่วนใน ส่วนสัญชาตญาณ (Reptilian Brain) เป็นสมองในส่วนของระบบการหายใจ การพักผ่อน การนอนหลับ การย่อยอาหาร การขับถ่าย การไหลเวียนของโลหิต การเจริญพันธุ์ และสัญชาตญาณการต่อสู้ ปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดอย่างอัตโนมัติ ศูนย์รวมชีวิตของการอยู่รอด การอยู่ได้ การอยู่รวม การอยู่ดี การอยู่ต่อ

ซึ่งการใช้การหัวเราะบำบัดนั้น จะอาศัยสมองส่วนสัญชาตญาณ มากกว่าสมองส่วนนอกหรือส่วนนึกคิด(หัวเราะขำ)

การปฏิบัติสยามหัวเราะ(หัวเราะบำบัด)

1. อุ่นเครื่อง (Warm up) ยกมือขวาขึ้นพร้อมกับยกเท้าซ้ายขึ้น สลับข้างกันพร้อมแอ่นหน้าแอ่นหลังให้กระดูกไขสันหลังยืดหยุ่น-แข็งแรง
2. ยกมือแตะหน้าขา (Warm up) ขยับเท้าขึ้น-ลงทีละข้างก่อนยกฝ่ามือขึ้น-ลงแตะหน้าขาสลับข้าง
3. สะโพก ยักสะโพกหนักแน่นไปข้างซ้ายที ข้างขวาที
4. ท้อง (ลำไส้ใหญ่+ลำไส้เล็ก) โยกท้องบนท้องล่างเป็นวงรี หนุมรอบเป็นเลข 8
5. หน้าอก เหวี่ยงแขนออกไปสุดๆ รอบตัว
6. ไหล่ หมุนหัวไหล่จากล่างข้างหน้าสูงขึ้นแล้วโค้งไปด้านหลังทีละข้าง
7.บริหารคอ หน้าตรงหันคอแน่นๆ ไปด้านว้ายสุด หันกลับไปด้านขวาสุด
8. ใบหน้า-สมอง ยิ้มกว้างจนแก้มปริ(บาน) สลับกับเลิกหน้าผากขึ้นบน(เบิก)

ประโยชน์ที่ได้รับ

1. ได้รับความรู้ในเรื่องการปรับตัวของบุคลากรในยุคไทยแลนด์ 4.0 อย่างมีความสุข
2. ได้รับความรู้ในเรื่องการเสริมสร้างทัศนคติเชิงบวกและฝึกทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์และเทคนิค
3. สามารถนำความรู้ที่ได้จากการอบรมไปการฝึกพัฒนาในการใช้การหัวเราะบำบัด เพื่อพัฒนาร่างกาย สุขภาพจิต ให้ดีขึ้น

Comments are closed.